Posted on Leave a comment

สรรพคุณสำคัญของขมิ้นสีม่วง

ขมิ้นสีม่วง

สรรพคุณของขมิ้นสีม่วงมีมากมายดังนี้

ขมิ้นสีม่วงจากประเทศปานามา เป็นขมิ้นพันธ์พิเศษหายากกว่าขมิ้นทั่วไป  มีสรรพคุณคล้ายกับขมิ้นสีเหลืองส้ม
จุดเด่นของขมิ้นสีม่วงชนิดนี้ คือ มีประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าขมิ้นสีเหลืองส้ม จึงให้ผลดีกับสุขภาพร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าขมิ้นทั่วไป

ระบบภูมิคุ้มกัน

  • ขมิ้น อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินบี6,วิตามินซี,ธาตุเหล็ก,แคลเซียม,แมกนีเซียม,โพแทสเซียม,แมงกานีส และ ทองแดง
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ คือ สารกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  • ลดการเกิดโรคภูมิแพ้

ผิวพรรณ

  • ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
  • ช่วยต่อต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ลดสิว
  • ลดรอยแดงจากสิว และรอยแผลเป็นจากสิว
  • บรรเทาอาการระคายเคืองผิว

ลดการอักเสบ

  • ช่วยลดการอักเสบ โดยสารกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ช่วยยับยั้งการสร้างเอ็นไซม์ COX-2 ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดอักเสบในผู้ที่มีอาการปวดข้อ และ ลดการอักเสบของผิวหนัง

โรคข้ออักเสบ

  • ขมิ้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบในผู้ที่เป็นโรคไขข้ออักเสบ, โรคข้ออักเสบรูมาทอยด์ และโรคข้อเข่าเสื่อม

โรคอัลไซเมอร์

  • สารเคอร์คูมิน (Curcumin) เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมอง และสามารถผ่านตัวกรองกั้นระหว่างเลือดกับสมอง (Blood-Brain Barrier) ได้ โดยจะไปช่วยลดจำนวนของสารเบต้าอะไมลอยด์เปปไทด์ (Beta Amyloid Peptide) ที่จับตัวกันจนเป็นก้อนพลัค (Plaque) ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ประสาท และเป็นสาเหตุของโรคความจำเสื่อม หรือ โรคอัลไซเมอร์
  • ลดการอักเสบของเซลล์สมอง และ ชะลอกระบวนการทำลายเซลล์ประสาทสมอง

โรคมะเร็ง

  • สารกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ในขมิ้น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะ มะเร็งลำไส้,มะเร็งเต้านม,มะเร็งตับ,มะเร็งปอด,มะเร็งปากมดลูก,มะเร็งรังไข่
  • ลดอัตราการเติบโตของเนื้องอก

โรคผิวหนัง

  • สารสำคัญในกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ ชื่อ เคอร์คูมิน (Curcumin) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง เช่น โรคกลาก
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนัง และมีส่วนช่วยลดอาการโรคสะเก็ดเงิน

ระบบทางเดินอาหาร

  • ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ช่วยขับลม
  • ลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลำไส้

โรคตับ

  • บำรุงตับ เสริมสร้างความแข็งแรงของตับ
  • ช่วยขจัดสารพิษในตับ ปกป้องตับถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ยาบางประเภท
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคตับอักเสบ, ไขมันพอกตับ และบรรเทาอาการของโรคไวรัสตับอักเสบซี

ลดคอเลสเตอรอล

  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลไม่ดี (LDL) ในเลือด
  • ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

เพิ่มเพื่อน
Posted on

สรรพคุณสำคัญ ของมะเขือเทศสีขาว

สรรพคุณสำคัญของมะเขือเทศสีขาว

มะเขือเทศออร์แกนิคสีขาว จากรัฐไอโอวา ​(Iowa) ประเทศสหรัฐอเมริกา

มีสารอาหารสำคัญมากมายที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณและสุขภาพ

เพื่อการชะลอวัย ชะลอโรค

[ การชะลอวัย ]

  • มะเขือเทศ อุดมไปด้วยสารแคโรทีนอยด์ต่างๆ เช่น ไฟโตอีน (Phytoene),
    ไฟโตฟลูอีน (Phytofluene) และไลโคปีน (Lycopene)
    ที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ
    ช่วยชะลอวัย ปกป้องและลดความเสี่ยงการเกิดโรคเสื่อมต่างๆ  ฟื้นฟู
    และชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากอนุมูลอิสระที่ทำลายผิว

[ เรื่องผิวพรรณ ]

  • มะเขือเทศสีขาวอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ เช่น
    วิตามิเอ,วิตามินบี6,วิตามินซี,วิตามินอี,วิตามินเค, โฟเลต,แคลเซียม,
    โพแทสเซียม,ฟอสฟอรัส และ ธาตุเหล็ก
  • มีวิตามินเอ และวิตามินซี ในปริมาณสูง ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ
    กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวตึงกระชับ ลดริ้วรอย ดูอ่อนวัย
  • มะเขือเทศขาว มีสารธรรมชาติ คือ สารแคโรทีนอยด์ไม่มีสี (Colorless Carotenoids)
    ซึ่งเป็นแคโรทีนอยด์ตั้งต้นในกระบวนการชีวสังเคราะห์ของแคโรทีนอยด์อื่นๆ ในมะเขือเทศในการผลิตเม็ดสี,
    สารแคโรทีนอยด์ไม่มีสี(Colorless Carotenoids) ต่างจากแคโรทีนอยด์ อื่นๆ เพราะไม่มีสี
    โดยทำหน้าที่ดูดซับแสงในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ ยูวี (UV radiation)
    ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ด้วยประการนี้ ,สารแคโรทีนอยด์ไม่มีสี (Colorless Carotenoids)
    จึงมีคุณสมบัติเฉพาะตัวและมีประสิทธิภาพสูงในการช่วยดูดซับรังสียูวี (UV radiation)จากแสงแดด
    เช่น รังสียูวีเอ (UVA) และ รังสียูวีบี (UVB)
  • ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี UVA, UVB และอนุมูลอิสระจากรังสียูวีในแสงแดด
    เสมือนการทาครีมกันแดดจากภายใน (Natural Sunscreen)
    จึงช่วยให้ผิวทนต่อแสงแดด ลดความหมองคล้ำ
    และริ้วรอยก่อนวัยจากแสงแดดได้ลึกถึงระดับเซลล์
  • สารแคโรทีนอยด์ไม่มีสี (Colorless Carotenoids)ในมะเขือเทศขาว
    ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินใหม่ ลดจำนวนเซลล์เม็ดสีเมลานินที่มีอยู่
    รวมทั้งช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยแผลเป็นจากสิว
    จึงช่วยให้ผิวดูสว่างกระจ่างใส ช่วยปรับสีผิวให้สว่างสม่ำเสมอกระจ่างใสทั่วเรือนร่าง
  • ในมะเขือเทศขาว มีสารไฟโตอีน (Phytoene) และ ไฟโตฟลูอีน (Phytofluene)
    ปริมาณมากกว่าในมะเขือเทศทั่วไป
    เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับรังสียูวี
    ปกป้องผิวจากแสงแดด ลดความเสียหายจากรังสียูวีที่ทำร้ายผิว
    และ ช่วยลดการอักเสบของผิว
  • มีสารไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์
    ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเบต้าแคโรทีน 2 เท่า
    และสูงกว่าวิตามินอี 10 เท่า
    ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง
    ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในหลอดเลือดและเส้นเลือดฝอยดีขึ้น
    จึงทำให้ผิวกระจ่างใสอมชมพู

[ โรคมะเร็ง​ ]

  • มีสารกลุ่มแคโรทีนอยด์หลายชนิด ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง
    ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ
    โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ,ช่วยลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
    และช่วยลดปริมาณการสร้างเส้นเลือดใหม่ที่ก้อนเนื้อมะเร็ง

[โรคหัวใจและหลอดเลือด]

  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ช่วยลดไขมันหรือคอเลสเตอรอลไม่ดี(LDL)ในเลือด

collagen sod growth hormone immune system
ผลิตภัณฑ์ ung GLO รวมสารอาหารสำคัญจากพืช ผัก ผลไม้
ช่วยดูแลสุขภาพและผิวพรรณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวม 4 ผลิตภัณฑ์ไว้ในแคปซูลเดียว
Posted on

สรุป 10 ปัญหาสุขภาพเกิดจาก การนอนไม่หลับ

นอนไม่หลับ
  • การนอนไม่หลับคือจุดเริ่มต้นที่สร้างปัญหามากมายให้กับสุขภาพ
  • ในระยะยาวจะทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมายตามมา

[1].
ผิวแก่กว่าวัย เพราะในช่วงที่เรานอนไม่หลับ
ร่างกายจะหลั่งสารความเครียดคือฮอร์โมนคอร์ติซอลมากขึ้น
ซึ่งฮอร์โมนคอร์ติซอลจะไปทำลายคอลลาเจนใต้ผิว
รวมถึงทำให้ร่างกายหลั่งโกร๊ทฮอร์โมนซึ่งเป็นน้ำพุแห่งความอ่อนเยาว์ได้น้อยลง
ในวัยเด็กโกร๊ทฮอร์โมนช่วยให้เราเจริญเติบโต
แต่เมื่ออายุมากขึ้นโกร๊ทฮอร์โมนช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
ช่วยให้ผิวแข็งแรง และ เสริมสร้างกระดูก

[2].
ขี้หลง ขี้ลืม มีปัญหาเรื่องความจำ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
เพราะในช่วงที่เราหลับร่างกายจะมีกระบวนสร้างความเชื่อมโยงภายในสมอง
ทำให้เรามีความสามารถในการจดจำเรื่องราวใหม่ๆ ได้

[3].
อารมณ์แปรปรวนง่าย

[4].
ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้เจ็บป่วยง่าย

[5].
เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

[6].
ลดประสิทธิภาพในเรื่องความคิดและไม่ค่อยมีสมาธิ

[7].
เพิ่มโอกาสการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในผู้ที่นอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน

[8].
น้ำหนักเพิ่ม เพราะสารเคมีที่ส่งไปยังสมอง
เพื่อเตือนว่าเราอิ่มแล้วนั้นทำงานผิดปกติ
และนั่นก็คือสาเหตุให้เราสามารถกินต่อเนื่องได้
ทั้งๆ ที่กินมากแล้ว

[9].
เพิ่มโอกาสการเกิดโรคหัวใจ
เพราะการนอนน้อยอาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
และเพิ่มระดับสารเคมีในร่างกาย
ที่นำไปสู่การอักเสบของเซลล์
ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ

[10].
อ่อนเพลีย รู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่าระหว่างวัน

.

.

ใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ อย่าปล่อยไว้นะคะ

ปัญหาการนอนไม่หลับเกิดจากหลายสาเหตุ

แต่สาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้นอนไม่หลับมักเกิดจากระบบฮอร์โมนในร่างกายที่ไม่สมดุล

ฮอร์โมนที่ควรหลั่งช่วงกลางวัน กลับมาทำงานในช่วงกลางคืน

และฮอร์โมนที่ควรทำงานช่วงกลางคืน กลับหลั่งได้น้อยลง

การปรับสมดุลระบบฮอร์โมนจะช่วยให้การนอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

collagen sod growth hormone immune system
ผลิตภัณฑ์ ​ung GLO ช่วยปรับสมดุลระบบฮอร์โมน ลดอาการต่อหมวกไตล้า
ข้อมูล รายละเอียด เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ​ung GLO คลิกที่ลิงค์ด้านล่างนี้
http://bit.ly/2TdcGoH

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

https://www.nhs.uk/live-well/sleep-and-tiredness/why-lack-of-sleep-is-bad-for-your-health/

https://www.healthline.com/health/sleep-deprivation/effects-on-body#5

https://www.webmd.com/sleep-disorders/features/10-results-sleep-loss#2

 635 total views,  1 views today

Posted on

ฮอร์โมน คอร์ติซอล อีก 1 สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงจำเป็นต้องดูแลตัวเองให้มากกว่าผู้ชาย

ฮอร์โมนคอร์ติซอล

[1]
ยกตัวอย่างนะคะ เช่น เวลาผู้หญิงเราไปทะเลาะกับผู้ชาย หรือ เมื่ออยู่ในภาวะเครียด,
“ฮอร์โมนคอร์ติซอล” จะถูกหลั่งออกมาในระดับสูงจากต่อมหมวกไต

.

[2]
ฮอร์โมนคอร์ติซอล คือ ฮอร์โมนสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกาย
จำเป็นต้องผลิตขึ้นมาเองโดยธรรมชาติในทุกๆ เช้าที่เราตื่นขึ้นมา
เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวในตอนเช้า
หรือเรียกอีกชื่อว่า “ฮอร์โมนกระตุ้นประสาท”
แล้วจะค่อยๆ หลั่งลดลงระหว่างวันจนถึงช่วงกลางคืนก็จะค่อยๆ หมดไป
ร่างกายเราจะรู้สึกผ่อนคลายและเราก็จะหลับไปได้อย่างสบาย

.

[3]
ในกรณีที่ฮอร์โมนคอร์ติซอลเกิดความไม่สมดุลย์
หรือ หลั่งต่อเนื่องจนมีปริมาณมากเกินไป
ต่อมหมวกไตก็จะล้าและทำงานผิดปกติ
ร่างกายจะเกิดปัญหามากมาย อย่างเช่น
– ร่างกายจะอ่อนเพลียในช่วงกลางวัน เพราะฮอร์โมนคอร์ติซอลหลั่งน้อยเกิน
– นอนไม่หลับในช่วงกลางคืน เพราะฮอร์โมนคอร์ติซอลหลั่งมากเกินไป
– อยากอาหาร
– น้ำหนักขึ้น
– น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง
– ความดันโลหิตสูง
– หน้ามืด
– และ อีกหลายปัญหาตามมา

.

[4]
คราวนี้กลับมาที่เรื่องเมื่อเกิดเหตุการณ์ผู้หญิงกับผู้ชายทะเลาะกันต่อนะคะ
หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะกันจบไปแล้ว
ฮอร์โมนคอร์ติซอลในผู้ชาย
จะค่อยลดลงกลับไปสู่ระดับปกติ
ในระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

.

[5]
แต่สำหรับผู้หญิง
ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ
และสามารถอยู่ในร่างกายต่อไปได้ถึง 24 ชั่วโมง

.

[6]
ถ้าผู้หญิงเรามีเรื่องเครียด เรื่องที่ทำให้เราโกรธ วันละหลายๆ ครั้ง
ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในเลือดเราถูกเติมอยู่ตลอดเวลา แทบไม่เคยลดลงไปเลย

.

[7]
ถึงแม้ในช่วงกลางคืน ฮอร์โมนนี้ก็จะยังอยู่ในตัวเรา
ทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงอยู่ตลอดเวลา ร่างกายไม่เคยรู้สึกผ่อนคลาย
ต่อมหมวกไตล้าจนทำให้การทำงานผิดปกติ

.

[8]
เมื่อเป็นแบบนี้ติดต่อกันนานๆ
ระบบการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายจะเริ่มรวน
และไม่สามารถผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลได้เป็นปกติ
ทำให้บางทีกลางวันผลิตได้น้อย เราจะรู้สึกอ่อนเพลีย
แต่กลางคืนกลับผลิตจำนวนมาก ทำให้เรานอนไม่หลับ
เพราะฮอร์โมนคอร์ติซอลไปกระตุ้นประสาทตลอด

.

[9]
การทานอาหารที่มีคุณภาพอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
เพื่อบำรุงต่อมหมวกไต ช่วยแก้ปัญหาได้ และลดอาการต่อมหมวกไตล้า

.

[10]
✅แต่หากต้องการแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาว
เราควรหลีกเลี่ยงความเครียด และ เรื่องที่ทำให้เราโกรธ
หมั่นฝึกใจให้สบาย ทำสมาธิ ฟังเพลง ดูหนังเรื่องโปรด
อ่านหนังสือเพื่อลดความเครียด
เพราะว่าความเครียดสร้างปัญหาให้กับร่างกาย
ได้น่ากลัวกว่าแค่เรื่องของระบบฮอร์โมนคอร์ติซอลนะคะ

อ้างอิง

 521 total views

Posted on

สรุป 22 เรื่องควรรู้ก่อนทาน วิตามินซี เพื่อผิวพรรณและสุขภาพ

วิตามินซี
สรุป 22 เรื่องเกี่ยวกับวิตามินซี เพื่อผิวพรรณและการชะลอวัย

[1]. วิตามินซีมีความสำคัญกับร่างกายมนุษย์ แต่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตวิตามินซีขึ้นมาเองได้ เราจึงจำเป็นต้องหาทานวิตามินซีจากอาหาร ผัก ผลไม้สด เช่น ส้ม มะนาว มะม่วง มะละกอ ฝรั่ง สัปปะรด แคนตาลูป กีวี่ สตรอเบอร์รี่ เชอรี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ กลุ่มผักสีเขียวเข้ม บรอคโคลี่ ดอกกะหล่ำ มันหวาน มะเขือเทศ เป็นต้น และเพื่อความสะดวกเราสามารถหาทานวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมได้

[2]. วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ไม่สะสมในร่างกายในกรณีที่ทานเยอะเกินกว่าที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้หมดในแต่ละครั้ง

[3]. วิตามินซีเป็นวิตามินพื้นฐานที่เราควรทานอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

[4]. สำหรับคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปในสภาวะปกติ  ปริมาณแนะนำที่ร่างกายควรได้รับขั้นต่ำต่อวันตาม Thai Recommended Daily Intakes (Thai RDI ) คือ 60 มิลลิกรัม (ลูกค้าที่ทานผลิตภัณฑ์ ung GLO 2 แคปซูลต่อวันจะได้รับวิตามินซีเท่ากับ 60 มิลลิกรัม ต่อวันอยู่แล้ว)

[5]. ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายต้องการจะแตกต่างกันไป ตามความต้องการของแต่ละช่วงวัย เช่น สำหรับหญิงตั้งครรภ์ 85 มิลลิกรัม, หญิงให้นมบุตรที่ประมาณ 120  มิลลิกรัม ทารกและเด็กต้องการวิตามินซี 40-50 มิลลิกรัมต่อวัน

[6]. การทานวิตามินซีควรแบ่งทานครั้งละน้อยๆ เช่นหากเราต้องการทานวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ควรแบ่งทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ตอนเช้าก่อนอาหาร และ ก่อนนอน จะดีกว่าการทานแบบ 1,000 มิลลิกรัมครั้งเดียว เพราะการแบ่งทานครั้งละน้อยๆ หลายครั้ง ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้หมดในแต่ละครั้ง หรือ แม้แต่ทานครั้งละ 250 มิลลิกรัม 4 ครั้ง เพื่อให้ได้ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ก็จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้หมดจริงๆ ทุกครั้ง

[7]. คนที่มีโรคกระเพาะอาหารไม่ควรทานวิตามินซีตอนท้องว่าง แต่ให้ทานหลังอาหารทานแทน

[8]. ในกรณีที่ทานครั้งละมากๆ เช่น วิตามินซีเม็ดขนาด 1,000 มิลลิกรัม ครั้งเดียว ​ส่วนที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้หมด จะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ภายใน 2-3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลือง

[9]. วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ร่างกาย,เซลล์ผิว และลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

[10]. วิตามินซีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุเหล็ก,ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)ในเลือด

[11]. วิตามินซีช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้ดียิ่งขึ้นในการต้านทานต่อเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย

[12]. วิตามินซี ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจน โดยทำหน้าที่เป็นตัวเร่งเอนไซม์ ที่มีหน้าที่ในการสังเคราะห์คอลลาเจนตั้งต้นภายในเซลล์ไฟโบรบลาสท์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตคอลลาเจน และรักษาระดับปริมาณคอลลาเจน รวมทั้งกรดไฮยาลูรอนิค ในชั้นผิวหนังด้วย จึงช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง ผิวมีสุขภาพดี

[13]. วิตามินซีช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง และบาดแผลให้หายเร็วขึ้น โดยช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนเพื่อมาซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ผิวหนังบริเวณบาดแผล

[14]. วิตามินซีจะถูกนำไปใช้หมดอย่างรวดเร็วเมื่อเราอยู่ในสภาวะเครียด คนที่มีภาวะเครียดบ่อยๆ ควรเติมวิตามินซีให้ร่างกายอย่างสม่ำเสมอระหว่างวัน

[15]. ผู้ที่สูบบุหรี่ ร่างกายมีความต้องการวิตามินซีเพิ่มมากขึ้นกว่าคนทั่วไป ประมาณ 35 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะร่างกายจะสูญเสียวิตามินซีต่อการสูบบุหรี่หนึ่งมวน ประมาณ 25 – 100 มิลลิกรัม

[16]. คนที่เป็นเบาหวาน ควรรับประทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม เพราะวิตามินซีจะเข้าไปช่วยลดสารอนุมูลอิสระและการอักเสบของหลอดเลือด และบรรเทาอาการข้างเคียงจากโรคเบาหวานในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2

[17]. วิตามินซีช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคไตวาย  โรคหัวใจ

[18]. คนที่เป็นภูมิแพ้, เลือดออกตามไรฟัน ควรทานวิตามินซีในปริมาณที่มากขึ้น คือตั้งแต่ 500 มิลลิกรัมขึ้นไป

[19]. การทานวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยลดปริมาณสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในร่างกาย, และช่วยให้มีสุขภาพเหงือกดี

[20]. คนที่เป็นหวัดควรทานวิตามินซีในปริมาณที่มากขึ้น คือตั้งแต่ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป การทานวิตามินซี 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาการเป็นหวัด

[21]. ในทางศาสตร์ชะลอวัย หากต้องการทานวิตามินซีเพื่อให้ผิวสวย เสริมสร้างคอลลาเจน ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส ควรทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป

[22]. ข้อควรระวังในการทานวิตามินซีในปริมาณสูงนั้น อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงเช่น อาการท้องเสียได้ แนะนำควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อการวิเคราะห์และรับคำแนะนำในการทานวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน ซึ่งปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

อ้างอิง :
http://food.fda.moph.go.th/Rules/dataRules/4-4-2ThaiRDI.pdf
https://medlineplus.gov/ency/article/002404.htm
https://www.webmd.com/cold-and-flu/qa/what-foods-are-rich-in-vitamin-c
https://medthai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b5/
https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/know-vitamin-c-deeply
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/QA_full.php?id=2350
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=17
https://exrx.net/Nutrition/Antioxidants/VitaminC
https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/whats-the-right-amount-of-vitamin-c-for-me
EARL MINDELL’S NEW VITAMIN BIBLE BOOK


เพิ่มเพื่อน

 779 total views,  1 views today

Posted on

3 สิ่งสำคัญที่เซลล์ในร่างกายเราขาดไม่ได้เด็ดขาด

3 สิ่งที่เซลล์ในร่างกายต้องการ

มนุษย์เรามีเซลล์ในร่างกายประมาณ 37.2 ล้านล้าน เซลล์
ทุกนาทีจะมีเซลล์ในร่างกายที่ตายและถูกสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่มากถึง 30-50 ล้านเซลล์

⭐️ถ้าเราดูแลร่างกายดี ทานอาหารที่ดี เซลล์ในร่างกายที่ถูกสร้างใหม่ จะเป็นเซลล์ที่มีสุขภาพที่ดีกว่าเซลล์เก่าที่ตายไป

และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำไม คนบางคนจึงมีผิวพรรณที่ดีขึ้น ดูเด็กลงทั้งที่มีอายุที่มากขึ้น ⭐️

แต่กลับกัน ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดี เซลล์ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาแทนเซลล์เก่า ก็จะมีสภาพที่แย่กว่าเดิม
และนั่นก็คือสาเหตุที่คนเราเจ็บป่วย และ ดูแก่กว่าอายุจริง

3 สิ่งสำคัญที่เซลล์ต้องการเพื่อให้ทุกเซลล์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเซลล์ที่แข็งแรงมีอายุขัยที่ยืนยาว สามารถซ่อมแซมฟื้นฟูร่างกายตัวเองให้กลับมาดี และมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงไว้ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส

1.อ็อกซิเจน

  • อ๊อกซิเจนช่วยให้เซลล์มีชีวิตอยู่รอด และเป็นเซลล์ที่แข็งแรง
  • เซลล์ร่างกายใช้อ๊อกซิเจนในการถ่ายโอนพลังงานที่เก็บไว้ในอาหารให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานได้ กระบวนการนี้เรียกว่า กระบวนการหายใจระดับเซลล์ ทำให้เซลล์สามารถควบคุมและใช้ประโยชน์พลังงาน เพื่อทำหน้าที่สำคัญ เช่น การเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวของวัตถุเข้าและออกจากเซลล์ 
  • หากไม่มีอ๊อกซิเจนในร่างกาย เซลล์สามารถทำงานได้ในระยะเวลาที่จำกัด การสูญเสียอ๊อกซิเจนในระยะเวลานานนำไปสู่การตายของเซลล์ เซลล์จะตายภายใน 3 นาทีหากขาดอ๊อกซิเจน และในที่สุดทั้งเซลล์และสิ่งมีชีวิตก็ต้องเสียชีวิ​ต

2.น้ำ

  • น้ำหนักตัวของคนเราประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ประกอบด้วยน้ำ ร่างกายของเราใช้น้ำในทุกเซลล์, อวัยวะ, และเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อ และเป็นตัวหล่อลื่นไขสันหลังและข้อต่อกระดูก
  • ร่างกายของเราสูญเสียน้ำไปกับการหายใจ เหงื่อออก และการย่อยอาหาร ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องคืนความชุ่มชื้นโดยการดื่มน้ำ ประมาณ 8-12 แก้วต่อวัน หรือ ประมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน
  • หากขาดน้ำเซลล์จะตายภายใน 2-3 วัน เพราะเซลล์ไม่สามารถกำจัดของเสีย, รับสารอาหาร, ลำเลียงอ๊อกซิเจน,ดำเนินการขนส่งภายในเซลล์, การทำงานของเซลล์ก็ไม่มีประสิทธิภาพ

3.สารอาหาร

  • เซลล์ต้องการพลังงาน พลังงานมาจากอาหารที่เราทานเข้าไป
  • เซลล์ของเราสลายน้ำตาล ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนที่มีในอาหาร และแปลงให้เป็นพลังงานที่เซลล์ต้องการเพื่อให้ร่างกายของเราดำเนินต่อไปได้
  • เซลล์ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเซลล์ได้รับสารอาหารที่ดีหลากหลายและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ร่างกายต้องการวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาร่างกายและป้องกันโรค
  • วิตามินและแร่ธาตุบางอย่าง ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ จึงต้องได้รับจากการทานอาหารเข้าไป
  • หากร่างกายขาดสารอาหารจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ถ้าเซลล์ขาดสารอาหารจะตายได้ภายในสัปดาห์

———-

เซลล์แข็งแรง =>  สุขภาพร่างกายแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันดี ชะลอวัย ชะลอโรค

เซลล์เสื่อม     => สุขภาพร่างกายอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันลดลง แก่เร็ว เจ็บป่วยง่าย เป็นโรคร้าย

———-

ung GLO ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรพัฒนาพิเศษแบบโภชนบำบัด (Nutraceutical)  รวมสมุนไพรตะวันตก สมุนไพรตะวันออก และสารสกัดจากธรรมชาติ 21 ชนิด คัดสรรอย่างพิถีพิถันมาเป็นสารสกัดเข้มข้นที่ไม่สามารถหาได้จากการรับประทานอาหารทั่วไปในชีวิตประจำวัน สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นรูปแบบที่ร่างกายสามารถดูดซึม และนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ฟื้นฟูสุขภาพได้โดยไม่ใช้สารเคมี

ung GLO เปรียบเสมือนตัวบูสต์เตอร์ที่เข้าไปเสริมอาหารหลัก  ให้สารอาหารและเติมเต็มช่องว่างทางโภชนาการที่ขาดจากการทานอาหารในยุคปัจจุบันของเรา เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ กรดอะมิโน วิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายขาด เพื่อไปซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์เสื่อมให้กลับมาเป็นเซลล์ดี เพื่อย้อนวัยคืนความอ่อนเยาว์ สู่การมีผิวพรรณและสุขภาพที่ดี

ung GLO “เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่ดูอ่อนเยาว์”
.
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ung GLO (ยูเอ็นจี โกลว์)
http://bit.ly/2TdcGoH
.
แนะนำวิธีทานผลิตภัณฑ์ ung GLO เพื่อฟื้นฟูผิวพรรณและสุขภาพอย่างเร่งด่วน
>http://bit.ly/2Vd3NhM
.
สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ung GLO
Line > https://lin.ee/gWAMi7k
inbox > http://m.me/nudinar
.
ผิวสวย สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย เป็นจริงได้
#ยิ่งเริ่มต้นดูแลตัวเองก่อนยิ่งได้เปรียบ
https://nudinar.com


เพราะสุขภาพที่ดีและความอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืน

 ….. ต้องเริ่มต้นจากการดูแลตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก

อ้างอิง:

https://sciencing.com/do-body-cells-do-oxygen-6388828.html

https://www.pbs.org/wgbh/nova/everest/exposure/body.html

https://www.everydayhealth.com/water-health/water-body-health.aspx

https://socratic.org/questions/why-do-cells-need-water

https://sciencing.com/do-cells-need-food-5408572.html

https://www.nature.com/scitable/topicpage/cell-energy-and-cell-functions-14024533/

https://www.medicalnewstoday.com/articles/320878#In-a-nutshell

https://ghr.nlm.nih.gov/primer/basics/cell

https://www.healthline.com/health/malnutrition

เพิ่มเพื่อน

 530 total views,  1 views today

Posted on

สรุป 12 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ SOD เอ็นไซม์สำคัญที่ช่วยชะลอวัย ชะลอโรค

  1. 1. SOD ย่อมาจาก Superoxide Dismutase ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ชนิดนึงที่มีอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
  2. 2. SOD คือ 1 ใน 3 สารต้านอนุมูลอิสระหลัก (Primary Antioxidant) สำหรับร่างกาย คือ Superoxide Dismutase (SOD), Catalase (CAT), Glutathione peroxidase (GPx)
  3. 3. ร่างกายเราสามารถผลิต SOD ได้เองตั้งแต่เกิด
  4. 4. เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิต SOD ได้น้อยลงไปเรื่อยๆ
  5. 5. โรคเสื่อมเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้นเมื่อปริมาณ SOD ในร่างกายลดลง เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคทางสมอง เช่น อัลไซเมอร์ และ ชะลอความแก่ชรา เป็นต้น
  6. 6. เราสามารถเติม SOD ให้ร่างกายได้ โดยการฉีดเข้าสู่ร่างกาย และ การทานในรูปแบบของอาหารหลักและอาหารเสริม
  7. 7. SOD เอนไซม์ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีทั้งที่สกัดมาจากสัตว์และจากพืชผักผลไม้ แต่ SOD จากผลไม้จะเป็นที่นิยมมากกว่า
  8. 8. คนส่วนใหญ่รู้จักเอนไซม์ SOD ที่ได้จากเมล่อน แต่จริงๆแล้ว SOD ยังสามารถหาทานได้จากพืชผักผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น ต้นอ่อนข้าวสาลี,โกจิเบอร์รี่,สตรอว์เบอร์รี่,บลูเบอร์รี่,กะหล่ำดาว,บรอคโคลี่,ผักโขม เป็นต้น
  9. 9. นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มปริมาณ SOD ในร่างกายได้ด้วยการทานวิตามินอี และแร่ธาตุต่างๆ เช่น สังกะสี, ทองแดง,แมงกานีส
  10. 10. SOD มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสะได้ดีกว่าวิตามินซีถึง 3,500 เท่า
  11. 11. SOD ช่วยให้ผิวมีความทนต่อรังสี UVA UVB มากขึ้น
  12. 12. ร่างกายจะสร้าง SOD ได้น้อยลง เมื่อเราอยู่ในภาวะเครียด พักผ่อนน้อย หรือเกิดโรคเสื่อมเรื้อรังกับร่างกาย

ถึงตรงนี้ทุกคนคงรู้จัก ​SOD กันมากขึ้นแล้ว

รู้ว่า SOD มีความสำคัญยังไงกับร่างกายเรา

และ เราจะช่วยร่างกายไม่ให้ขาด SOD ได้อย่างไร

วันนี้เราก็ต้องหมั่นเติม SOD ให้กับร่างกายกันนะคะ

สำหรับลูกค้าที่ทานผลิตภัณฑ์ ung GLO อยู่เป็นประจำ ก็ไม่ต้องห่วงนะคะ ว่าร่างกายจะขาด SOD เพราะในผลิตภัณฑ์ ​ung GLO มีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเอ็นไซม์ SOD ได้มากขึ้น เช่น ต้นอ่อนข้าวสาลี, โกจิเบอร์รี่, วิตามินอี, ทองแดง​ และ สังกะสี เป็นส่วนผสม

​ung GLO รวมกรดอะมิโนสำคัญ 5 ชนิด เพื่อช่วยเพิ่มคอลลาเจน อิลาสติน และ กรดไฮยาลูรอนิคใต้ผิว นอกจากนั้นยังมีสมุนไพรจีนตำรับจักรพรรด์ 5 ชนิด ซุปเปอร์ฟรุ๊ต ซุปเปอร์ฟู๊ด วิตามิน แร่ธาตุ ที่ส่งเสริมให้ร่างกายสามารถผลิต SOD ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผิวลื่นขึ้น นุ่มขึ้น ใน 30 วัน ด้วยเซ็ตฟื้นฟูผิวพรรณและสุขภาพ

แนะนำวิธีการทานให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ung GLO “เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่ดูอ่อนเยาว์”
.
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ung GLO (ยูเอ็นจี โกลว์)
http://bit.ly/2TdcGoH
.
แนะนำวิธีทานผลิตภัณฑ์ ung GLO เพื่อฟื้นฟูผิวพรรณและสุขภาพอย่างเร่งด่วน
>http://bit.ly/2Vd3NhM
.
สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ung GLO
Line > https://lin.ee/gWAMi7k
inbox > http://m.me/nudinar
.
ผิวสวย สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย เป็นจริงได้
#ยิ่งเริ่มต้นดูแลตัวเองก่อนยิ่งได้เปรียบ
https://nudinar.com

อ้างอิง

https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-507/superoxide-dismutase-sod

https://www.ecomall.com/greenshopping/wheatgrass.htm

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19185773

https://www.sciencedirect.com/topics/pharmacology-toxicology-and-pharmaceutical-science/lycium-barbarum

https://journals.sagepub.com/doi/pdf/10.1177/000456329903600214

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/14637272

https://en.wikipedia.org/wiki/Superoxide_dismutase

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5514576/

รีวิวจริง จากลูกค้าที่ทานผลิตภัณฑ์ ​ung GLO จริง

เพิ่มเพื่อน

 2,750 total views,  1 views today

Posted on

อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกาย เริ่มเสื่อมลงในช่วงเวลาที่ต่างกัน

มนุษย์เราไม่ได้มีร่างกายที่แก่ชราลงในเพียงชั่วข้ามคืน
ความเสื่อมของร่างกายมนุษย์ค่อยๆ เกิดขึ้น
อัตราความเสื่อมของอวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายก็เกิดขึ้นในช่วงวัยที่ต่างกัน
ในแต่ละคนมีความเสื่อมที่เร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลใส่ใจตัวเองที่ต่างกัน

โดยเฉลี่ยอวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายจะเกิดความเสื่อมในช่วงวัยดังต่อไปนี้
.
** อายุ 40 ปี : สายตา
ระยะการมองเห็น ความสามารถในการโฟกัส
ของสายตาจะไม่เหมือนเดิม
.
** อายุ 30 ปี : ปอด
ประสิทธิภาพการทำงานของปอดจะเริ่มลดลง
ราว 1% ต่อปี คนที่ไม่ออกกำลังกายอาจมีอัตรา
ความเสื่อมที่มากกว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
.
** อายุ 40 ปี : กล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อจะค่อยๆ ลดลง ไขมันเริ่ม
เข้ามาแทนที่การออกกำลังกายคือ
สิ่งที่ควรทำเป็นประจำ
.
** อายุ 65 ปี : หัวใจ
เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจหดตัวลดลง
แต่ขนาดหัวใจขยายตัวขึ้น ผนังหัวใจหนาขึ้น
หลอดเลือดแดงก็แข็งตัวขึ้น
ปัญหาโรคเกี่ยวกับ หัวใจจะเริ่มตามมา
.
** อายุ 50 ปี : ไต
ระบบการทำงานของไตจะเริ่มลดประสิทธิภาพลง
ซึ่งโดยปกติเราก็จะไม่ได้รู้สึกหรือมีผลกระทบอะไร
กับชีวิตประจำวันเรา การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ
ในชีวิตประจำวันคือสิ่งที่ควรทำ
.
** อายุ 70 ปี : สมอง
มนุษย์เราปกติ ไม่ได้เสียความทรงจำไปในคราวเดียวทั้งหมด
หากไม่ได้เกิดอุบัติเหตุหรือมีอะไรมากระทบกระเทือนสมอง
แต่ในช่วงวัยตั้งแต่ 70 ขึ้นไป คือช่วงที่เริ่มมีการหลงลืม สมอง
เริ่มทำงานไม่ดีเหมือนเดิม การทำกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสมอง
ตลอดเวลาจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี
.
** อายุ 65 ปี : หู
ปัญหาการได้ยินจะค่อยๆ เกิดขึ้น ซึ่งโดยปกติเราก็ทำอะไร
ไม่ได้มากนักสำหรับปัญหานี้ แต่คนที่ชอบฟังเพลงเสียงดังมาก
หรือจำเป็นต้องทำงานในสถานที่ ที่เสียงดังกว่าปกติ
คนกลุ่มนี้อาจจะสูญเสียประสิทธิภาพการได้ยิน
ในอัตราที่รวดเร็วกว่าคนทั่วไป
.
** อายุ 18 ปี : ผิวพรรณ
คอลลาเจนและอีลาสตินเริ่มลดปริมาณลงราว 1%
ต่อปี ในช่วงวัยนี้ แต่เราสามารถลดอัตราการสูญเสีย
สารสำคัญเหล่านั้นด้วยการทานอาหารที่มีีประโยชน์
ไม่สูบบุหรี่ และ ไม่ให้ผิวโดนรังสี UV บ่อยๆ
.
** อายุ 35 ปี : กระดูก
ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะเริ่มลดลง การออกกำลัง
กายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของมวลกระดูก
ซึ่งอาจเป็นการออกกำลังกายง่าย อย่างเช่น การกระโดด
อยู่กับที่ประมาณซัก 20 ครั้ง ต่อวัน
.
** อายุ 60 ปี : ระบบลำไส้
บริเวณผนังลำไส้เรามีอวัยวะสำคัญเรียกว่า Villi ซึ่งลักษณะ
มันคล้ายกับเส้นผมสั้นๆ บนหนังศรีษะของเรา มันทำหน้าที่ดูดซึม
สารอาหารสำคัญจากอาหารที่เรากินเข้าไป ผ่านผนังลำไส้
เพื่อไปเลี้ยงร่างกาย แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น เจ้า Villi ก็จะค่อยๆ
สูญหายไป ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารสำคัญได้
อย่างมีประสทธิภาพเหมือ่นสมัยหนุ่มสาวอีกต่อไป
.
อ้างอิง
– Rachel Bishop of the National Eye Institute
– Thomas Pedals, a geriatrician and principal investigator of New England Centenarian Study at Boston Medical Center
– Luigi Ferrucci, the scientific director of the National Institute of Aging
– George Rebok, a cognitive-aging researcher at Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health
– Boston Medical Center’s Perls
– The Cleveland Clinic’s Factora

ผิวสวย สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย เป็นจริงได้
#ยิ่งเริ่มต้นดูแลตัวเองก่อนยิ่งได้เปรียบ
#nudinar

เพิ่มเพื่อน

 146 total views,  1 views today

Posted on

5 พฤติกรรม เร่งให้ร่างกายแก่เร็วขึ้น

5 พฤติกรรมเร่งความแก่

ลด 5 พฤติกรรม ทำให้แก่เร็ว
ความแก่ชราเราห้ามไม่ได้
แต่เราชะลอได้
ลดพฤติกรรมที่คุ้นเคย 5 ข้อนี้
.

1. เครียด ขี้กังวล ชอบนอย

คนเราจะทำใจให้สบายตลอดเวลาคงเป็นเรื่องยากนะคะ
ความเครียด ความนอย นอกจากทำให้เรารู้สึกอ่อนล้าทางจิตใจแล้ว
ยังทำให้ร่างกายปล่อยสารคอร์ติซอล, นอเรพิเนฟริน และ อะดรีนาลีน
ซึ่งทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอ โดยลดระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มความดันโลหิต
และมีผลในเรื่องของประสิทธิภาพการนอน ความจำ และ อารมณ์ที่แปรปรวนอีกด้วย
.


2. ทาครีมกันแดดเฉพาะตอนไปเที่ยวทะเล

ครีมกันแดดไม่ใช่สิ่งที่เรามองหาเฉพาะตอนไปเที่ยวเขา เที่ยวทะเลนะคะ
เราควรทาครีมกันแดดในชีวิตประจำวัน
เพราะแสงแดดมีอยู่ทุกที่ ไม่ได้มีเฉพาะที่ทะเล และ ภูเขาเท่านั้น
แม้แต่ในที่ร่ม เรายังเจอแสงไฟนีออน UVA ทำลายไปถึงคอลลาเจนใต้ผิวเลยนะคะ
.


3. แฟนพันธ์แท้ขนมหวาน

ร่างกายต้องการน้ำตาล แต่ในปริมาณไม่มากเกินไป
ของหวานเราก็กินได้นะคะ
ผู้หญิงเราไม่ควรทานน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา ต่อวัน
แต่คนทั่วไปแอบทานไปถึง 20 ช้อนชาแบบไม่รู้ตัว
เพราะน้ำตาลมีแฝงอยู่ในอาหารหลายๆ ชนิด
น้ำตาลทำลายสารสำคัญใต้ผิวที่เราหวงแหน อย่างคอลลาเจนและอีลาสติน
โดยเฉพาะคนที่อายุมากกว่า 35 ขึ้นไป
ควรทานน้ำตาลให้น้อยลง เพราะร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงอย่างน่าใจหาย
แถมยิ่งเราไปเพิ่มการทำลายคอลลาเจนใต้ผิว
ผิวสวยของเราก็จะเหี่ยวและมีริ้วรอยเร็วขึ้นกว่าเดิม
.


4. ออกกำลังกายเพราะแค่อยากลดน้ำหนัก

การออกกำลังกายไม่ได้ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว
(ถ้าต้องการลดน้ำหนักให้ไปดูแลเรื่องกินจะได้ผลกว่าค่ะ)
การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายเราคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้นานขึ้น
เพราะการออกกำลังกายช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อให้ร่างกาย
ร่างกายที่มีกล้ามเนื้ออย่างสมบูรณ์จะช่วยให้มีภูมิคุ้มกันที่ดี
ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย
ช่วยให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์
เพิ่มประสิทธิภาพความจำ ลดความเครียดเรื้อรัง
.


5. เจ้าคิด เจ้าแค้น ไม่ปล่อยวาง

ความโมโห เครียดแค้น ไม่เพียงทำให้ทุกข์ใจ
ทำลายสุขภาพจิตเท่านั้น แต่ทำให้เราแก่เร็วด้วย
ถ้าเราสามารถปล่อยวางเรื่องบางเรื่องได้
จะช่วยให้อายุยืนขึ้นได้จริงๆ
อ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นนึงนะคะ
“Journal of Behavioral Medicine”
แสดงให้เห็นว่า การที่คนเราปราศจากการให้อภัย ขี้โมโห
ทำให้ลดประสิทธิภาพการนอนหลับ ระบบฮอร์โมนแปรปรวน
ความดันโลหิตพุ่งพร่าน เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
การที่เราเครียดแค้นคนอื่น โมโหคนอื่น อิจฉาริษยาคนอื่น
มันไม่ได้ทำให้คนเหล่านั้นมีปัญหาหรือมีความทุกข์อะไร
แต่กลับทำร้ายร่างกายและจิตใจของตัวเราเองมากกว่า
.


ถ้าเราอยากดูเด็ก และ สุขภาพดีๆ ไปนานๆ
ลด 5 พฤติกรรม ที่เราทำเป็นประจำจนเกิดความเคยชินเหล่านี้นะคะ
.


ผิวสวย สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัยเป็นจริงได้
#ยิ่งเริ่มต้นดูแลตัวเองก่อนยิ่งได้เปรียบ
#nudinar

เพิ่มเพื่อน

 93 total views